|

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย สูญหาย 7 คน บาดเจ็บอีกนับร้อยคนจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.2 ริคเตอร์ เขย่าพื้นที่ภูเขาทางตอนเหนือของญี่ปุ่น เมื่อเวลา 08.43 น. ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับเวลา 06.43 ของวันเดียวกันตามเวลาในไทย แรงสั่นสะเทือนส่งผลให้เกิดแผ่นดินถล่ม สะพานขาด ถนนถูกปิด และการเดินรถไฟต้องหยุดให้บริการ นอกจากนี้ ยังมีรายงานน้ำปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีรั่วไหลภายในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะไดนิของบริษัทโตเกียว อิเลคทริค พาวเวอร์ (เท็ปโก้)
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า มีผู้บาดเจ็บจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้อย่างน้อย 100 คน ขณะที่ทางการญี่ปุ่นระบุว่า มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 84 คน สูญหาย 7 คน และอีก 100 คนติดอยู่ในบ่อน้ำร้อน
นายโนบุทากะ มาชิมูระ หัวหน้าสำนักเลขานุการประจำสำนักนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น แถลงว่า ผู้เสียชีวิตรายหนึ่งเป็นชายที่วิ่งหนีออกมาจากตึกด้วยความกลัว จึงถูกรถบรรทุกชนตาย ส่วนชายผู้เสียชีวิตอีกรายถูกแผ่นดินถล่มทับขณะไปตกปลา ส่วนรายที่ 3 เป็นช่างก่อสร้างถูกหินจากเขื่อนกั้นน้ำในเมืองอิวาเตะถล่มทับตาย ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ 12 ลำ และเครื่องบินลาดตระเวนไปยังพื้นที่เกิดเหตุเพื่อประเมินความเสียหาย ขณะที่นายชินยะ อิซูมิ รัฐมนตรีกิจการภัยพิบัติ ได้ไปตรวจดูพื้นที่เสียหายแล้ว
นายโยชิโนริ โมริยะ เจ้าหน้าที่กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า เหตุแผ่นดินไหวส่งผลให้มีน้ำปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีราว 20 ลิตรจากบ่อน้ำ 2 แห่งในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะของบริษัทเท็ปโก้รั่วไหลออกมาภายในโรงไฟฟ้า แต่ไม่ได้รั่วไหลออกนอกโรงงาน ซึ่งเท็ปโก้ยืนยันว่าไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ จุดศูนย์กลางแรงสั่นสะเทือนครั้งนี้อยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดอิวาเตะ ห่างจากกรุงโตเกียวไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 400 กม. และอยู่ลึกลงไปใต้ดินราว 8 กิโลเมตร หลังเกิดแผ่นดินไหวได้เกิดอาฟเตอร์ช็อคตามมาอีกกว่า 40 ครั้ง แต่ไม่มีทีท่าว่าจะเกิดสึนามิ นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า ระบบเตือนภัยแผ่นดินไหวล่วงหน้าระบบแรกของโลกที่ติดตั้งอยู่ในญี่ปุ่น ได้ทำงานเป็นครั้งแรกจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้โดยระบบได้ส่งสัญญาณเตือนภัยให้ประชาชนเตรียมตัวรับมืออาฟเตอร์ช็อคเพียงไม่กี่นาทีหลังเกิดแผ่นดินไหว
ด้านกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในเบื้องต้นยังไม่มีรายงานคนไทยในญี่ปุ่นได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ |